ตอนนี้กำลังกลุ้มใจค่ะ...ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี
เรื่องมีอยู่ว่า...หญิงมีปัญหาเรื่องงาน เป็นปัญหาเรื่องเจ้านาย กับระบบการบริหาร
กับปัญหาเรื่องสุขภาพ
(สาเหตุหลักส่วนใหญ่ที่สุขภาพไม่ดี ก็เกิดจากงานที่ทำอยู่นั่นเอง
จนทำให้ตอนนี้มีโรคมากมาย..)
แล้วเมื่อตอนปีใหม่ ก็ถึงกำหนดที่คิดกันไว้กับโยว่า จะเริ่มปล่อยมีลูกปีนี้
(แต่งงานมาเดือนมีนานี้ก็ครบ 2 ปีแล้ว)
ก็ปล่อยไปได้เดือนนึง ก็ไม่ติด (คือไม่ได้ปล่อยแบบจริงจัง)
แล้วก็คุมต่อจนถึงทุกวันนี้ เพราะเรื่องสุขภาพด้วย ต้องกินยา
และอีกสาเหตุนึงซึ่งทำให้เป็นปัญหาของเรื่องนี้ก็คือ
ไปสอบเข้าเรียนป.ตรี กฎหมายที่จุฬาฯ (ภาคนอกเวลาราชการ)
สาเหตุที่อยากเรียนกฎหมาย
นอกจากหาอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตแล้ว
ก็คิดว่าในอนาคตอาจช่วยงานโยได้ เพราะโยเปิด law firm
ที่อยากช่วยงานโยเป็นเพราะเห็นโยทำงานหนักมากค่ะ
ระหว่างวันทำงานหนักจริงๆ แทบไม่มีเวลาทานข้าวกลางวันเลยด้วยซ้ำ
(แต่เวลาหลังเลิกงาน กับวันหยุดให้หญิงเต็มที่นะคะ)
ที่ผ่านมาโยเองก็ไม่เคยยอมให้หญิงช่วยงานเลย ไม่ยอมจิงๆ
เคยขอหลายหนค่ะ ก็ไม่ยอมอยู่ดี
โยอยากให้หญิงออกจากงานมา แล้วเปิดร้านขายของมากกว่า
เช่น ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า ฯลฯ เพราะเป็นสิ่งที่หญิงชอบซื้อ 555
(แทนที่จะเสียเงินซื้อของพวกนี้ จะได้ซื้อของ แล้วเอามาขายได้เงิน อิอิ)
จะได้มีลูก แล้วก็มีกิจการของตัวเองไปด้วย ไม่ต้องอยู่ว่างๆ เดี๋ยวฟุ้งซ่าน 555
ก็ไม่รู้ว่าที่โยไม่ยอมให้หญิงช่วยงาน
เป็นเพราะกลัวความไม่เอาไหนของหญิงรึเปล่านะคะ
เพราะหญิงไม่ใช่คนทำงานเก่ง
เดี๋ยวทำงานเค้าเสียขึ้นมา จะอายคนอื่นเค้าป่าวๆ อิอิ
(หรือมีเหตุผลอื่น เช่น law firm บางที่ก็ไม่ให้สามีภรรยาทำงานด้วยกัน
อย่างบริษัทที่หญิงอยู่เป็นต้น
หรือคิดว่าการที่สามีภรรยาทำงานด้วยกัน ควบคุมกันยากก็ไม่รู้)
แล้วอีกอย่าง หากหญิงเรียนกฎหมาย มันก็ใกล้ตัว
เพราะหญิงทำงานที่ law firm (แต่ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย) แต่ทำ HR
แต่หญิงเองก็ยืนยันที่จะไปสอบ โยก็ไม่สนับสนุนให้เรียน ก็จะไม่ให้สอบ
แต่พอก่อนสอบ 2 วัน พี่แกก็มาแนวใหม่ เอาหนังสือมาให้หญิงอ่านค่ะ
แต่หญิงจะไปอ่านทันยังไง เพราะมันเหลือเวลาแค่สองวันเอง
โยก็เลยอ่านทั้งเล่มแล้วสรุปให้หญิงเสร็จสรรพ ให้หญิงอ่านเฉพาะที่โยสรุปไว้
แล้วก็ไปสอบกัน แล้วตอนนี้ก็ประกาศผลแล้ว ก็สอบติดค่ะ
ทีนี้เริ่มยุ่งแล้วอ่ะค่ะ เพราะเพิ่งรู้ว่าเวลาเรียนมัน 3 ปีอ่ะค่ะ
ถ้าเลือกเรียน
กว่าจะเรียนจบมีลูก ก็อายุมากพอดี เรียนจบ 3 ปี ก็อายุ 34
เพราะนี่ก็ใกล้ 31 แล้วอ่ะค่ะ....ยี่งถ้าไม่จบ 3 ปีล่ะ แย่เลย
แล้วพ่อแม่โย กับแม่หญิง ก็ทวงหลานมาตลอด ทวงแล้วทวงอีก (แต่พ่อหญิงเฉยๆนะ)
ยิ่งถ้าต่อไปหญิงลาออกจากงาน ก็ไม่รู้จะไปทำไรต่ออ่ะค่ะ
(เพราะคิดไว้แล้วว่า หญิงคงต้องออกจากงานแน่ๆ แต่จะเมื่อไหร่ไม่รู้
จริงๆงานที่ทำอยู่มันไม่เท่าไหร่ งานหนักก็ทนได้
แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับคน และโดยเฉพาะคนๆนั้นคือ เจ้านายเราเอง มันไม่ไหวจริงๆค่ะ)
ถ้ามีลูกก็ตั้งใจไว้ว่าถ้าคลอดแล้ว ก็จะลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก
แต่พอลูกโตเข้ารร.แล้ว หญิงก็คงเบื่อ ไม่มีอะไรจะทำ จะอยู่ว่างๆก็คงเหงา
ยิ่งคนเคยทำงานมาตลอด คงยิ่งเหงาน่าดูเลย
จะหากิจการอะไรทำ....ก็หาร้านไม่ได้ง่ายๆเลย
แต่ถ้าไม่เลือกเรียน แล้วปล่อยมีลูกเลย
(แล้วใช่ว่าจะติดกันง่ายๆ มีกันง่ายๆนะคะเนี่ย มีลูกสมัยนี้ )
ก็น่าเสียดายการเรียนะคะ เพราะอย่างน้อย ถ้าเรียนจบไป
ก็มีวุฒิกฎหมาย ทำงานกับโยได้ มีหลักประกันในชีวิต อิอิ มีอะไรทำต่อไปในอนาคต
มีเพื่อนหญิงแนะนำว่า ให้เรียนไป แล้วก็ปล่อยมีน้องไป
เพราะก็ไม่รู้ว่าจะติดเมื่อไหร่
หากท้องแล้ว ก็ค่อยดรอปไว้ แล้วพอลูกเข้ารร. ก็ค่อยกลับมาเรียน
โยก็บอกหญิงว่า ถ้าเป็นยังงั้น หญิงคงไม่ได้กลับมาเรียนหรอก
เพราะพอมีลูกแล้วหญิงก็คงไม่อยากเรียนแล้ว อยากอยู่กับลูกมากกว่า
แล้วตอนนี้ กลับกลายเป็นว่า โยบอกหญิงว่า ให้ไปเรียน
จากที่เมื่อก่อน คัดค้านหัวชนฝามากๆ ไม่อยากให้เรียน ไม่อยากให้มาทำงานกับเค้า
แต่ตอนนี้อยากให้เรียนจริงจังมาก บอกว่ายังไม่ต้องมีลูก เรียนจบแล้วค่อยมี
แก่ก็แก่สิ คนอื่นมีลูกตอนแก่เยอะแยะไป
(แต่หญิงไม่อยากมีลูกตอนแก่นี่ ฮือๆๆๆ)
ซึ่งหญิงก็ไม่รู้หรอกค่ะว่า โยอยากให้หญิงเรียนไปเพื่ออะไร
เพราะโยเองก็ยังไม่ได้พูดว่าจะให้มาช่วยงานอยู่ดี
แต่รู้แค่ว่าอยากให้เรียนเท่านั้นเอง
แต่สุดท้ายแล้ว โยก็บอกหญิงว่า
ให้หญิงเลือกเอง ตัดสินใจเอง แต่ถ้าถามเค้า เค้าอยากให้เรียน ง่ะ....
เมื่อคืนนี้ หญิงเข้าไปปรึกษาพ่อโยค่ะ
เพราะพ่อโยก็เป็นนักกฎหมายเหมือนกัน และเคยเปิด law firm มาก่อนเหมือนกัน
คุณพ่อบอกหญิงว่า..หญิงกับโยคงลืมนึกไปว่า
การเรียนนอกเวลาราชการน่ะ มันหมายถึง
การทำงานมาทั้งวันแล้ว ก็ต้องไปเรียนในตอนเย็น กว่าจะเลิกเรียนก็ 21.30 น.
กว่าจะกลับบ้าน กินข้าว ก็ 4-5 ทุ่มแล้ว เราจะเหนื่อยมาก
ชีวิตคู่มันจะเปลี่ยนไป จะไม่เหมือนเดิม
(เพราะทุกวันค่อนข้างไร้สาระค่ะ แต่ก็รู้สึกมีความสุขมากๆ
เพราะเหมือนมีเวลาได้อยู่ด้วยกัน พักผ่อนกัน เล่นกัน
เพราะเลิกงานมา โยก็มารับที่ทำงาน กลับบ้าน กินข้าวด้วยกัน แล้วก็ดูทีวี
ใช้ชีวิตก่อนนอน พักผ่อนกันอย่างมีความสุข)
แถมวันเสาร์อาทิตย์ อาจจะต้องไปเรียนอีก
เหลือเวลาพักผ่อนจริงๆแค่ 1 วันเท่านั้น คือวันอาทิตย์
ซึ่งหญิงก็คงต้องเลือกว่า วันนั้น หญิงจะกลับไปหาพ่อแม่ที่บ้าน
หรืออยากพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่คงไม่ได้ออกไปเที่ยวแน่ๆ
เพราะหญิงคงเหนื่อยมาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงใกล้สอบคงเหนื่อยสุดๆ และเครียดสุดๆ
คุณพ่อคงกลัวว่าเมื่อคนนึงเหนื่อย ก็อยากจะพักผ่อน
ถ้าอีกคนอยากไปเที่ยว ใช้เวลาวันหยุดก็คงจะไม่ได้
และถ้าคนเหนื่อยๆ มาเจอกัน ก็อาจจะหงุดหงิดใส่กันได้
เพราะทุกวันนี้โยเองก็เหนื่อยมากกับงานที่ทำอยู่ ก็ได้วันหยุดกับกลางคืนเนี่ยแหละค่ะ
ที่เป็นเวลาผ่อนคลายสมอง
แล้วอีกอย่าง คุณพ่อบอกอีกว่า
ไม่อยากให้เป็นนักกฎหมายทั้งคู่ กลัวจะทะเลาะกันค่ะ 555
เพราะถ้าหญิงเรียนจบ คงจะต่างคนต่างมีความคิดในแง่นักกฎหมาย
แล้วอีกหน่อยก็จะเถียงกัน อิอิ ..ชีวิตคู่จะมีปัญหาอีก
สุดท้าย คุณพ่อได้ทิ้งท้ายไว้ว่า
หากหญิงคิดว่า โยเป็นผู้ชายที่ดีแล้ว เป็นคู่ชีวิตที่ดีแล้ว
คิดว่าอยู่กับผู้ชายคนนี้ได้ตลอดชีวิต และผู้ชายคนนี้จะอยู่กับเราตลอดชีวิต
ไว้ใจเค้า เชื่อใจเค้า ฝากชีวิตกับเค้าได้
ก็มีลูกเถอะ...
คุณพ่อทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ค่ะ
สรุปว่า ตอนนี้ก็ยังคงลังเลต่อไป
แต่เปอร์เซ็นต์ที่จะมีลูกมันเยอะกว่านิดนึงแล้วค่ะ...แต่ก็ยังแอบเสียดายการเรียนอยู่
ที่ไม่คิดว่าจะเรียนไป แล้วค่อยดรอปตอนมีลูก
เพราะกลัวเสียเงินฟรีค่ะ...เพราะคิดว่าคงไม่ได้กลับไปเรียนแน่นอน